|
ที่มา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ กำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรม
ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวล
จริยธรรมที่กำหนดขึ้น โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใชเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามมาตรฐานทางจริยธรรมให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๒๗๙ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
สำนักงาน ก.พ. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของ
ข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
โดยประมวลจริยธรรม ข้อ ๑๗ กำหนดให้จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการ
โดยขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าที่คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมนี้
เนื่องจากการจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการ นั้น เป็นการเพิ่มหน่วยงานใหม่
ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบราชการให้มีขนาดเล็กลง (Resize) ทั้งนี้เห็นควรให้
หน่วยงานการเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบครอบคลุมภารกิจงานบริหารทรัพยากรบุคคลใน
ภาพรวมทั้งระบบ ซึ่งการดำเนินการจัดตั้งกลุ่มงานดังกล่าวอาจทำให้การใช้ทรัพยากรทางการบริหาร
เกินความจำเป็น นอกจากนี้ การกำหนดให้มีคณะกรรมการจริยธรรมประจำแต่ละหน่วยงาน นั้น ก็มี
ความเพียงพอต่อการให้หลักประกันเกี่ยวกับควาเป็นอิสระในการดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและ
คุ้มครองจริยธรรม ดังนั้น สำนักงาน ก.พ. จึงควรเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่หน่วยงานการเจ้าหน้าที่
และมอบหมายภารกิจตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ แห่งประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนไปพลางก่อน
กรมบัญชีกลาง ได้จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมข้าราชการ กรมบัญชีกลางขึ้น โดยขึ้นตรงต่อ
อธิบดีกรมบัญชีกลาง และมอบหมายให้รองอธิบดีที่กำกับดูแลกองการเจ้าหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน
|